[Touken Ranbu] ความอ่อนแอ [[Hasebe x Maeda]]

posted on 21 Jun 2015 19:22 by por-porju
อันนี้เป็นของเพื่อนฝากลงค่ะ
 
----
 
ความอ่อนแอ 
 
“หนึ่งในดาบของโอดะ โนบุนากะ เฮชิคิริ ฮาเซเบะ หากเป็นคำสั่งของนายท่าน ข้าก็จะให้มันลุล่วงตามที่ท่านต้องการ ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใดก็ตาม”

ชายหนุ่มผมน้ำตาลเอ่ยขึ้นพร้อมโค้งให้กลุ่มคนตรงหน้า เขากวาดสายตาไปทั่วโดยเริ่มจาก เด็กสาวร่างเล็กในชุดกิโมโนสีขาวสะอาด สวมฮู้ดสีขาวสะอาดมีระบายปกปิดเส้นผม หากแต่ยังคงมองออกว่าเด็กสาวตรงหน้ามีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน มือขาวสะอาดของเด็กสาวถือพัดสีขาวเรียบแต่ดูหรูหราเพื่อใช้ปกปิดใบหน้า มีเพียงดวงตากลมสีเขียวมรกตดุจพื้นป่าที่ยังคงปรากฏให้เห็น
ถัดจากเด็กสาวร่างเล็กที่เขามั่นใจได้เลยว่า เธอผู้นี้คือเจ้านายของตน คือเด็กชายตัวเล็กสูงไล่เลีย...ไม่สิ สูงเท่าเด็กสาวผู้เป็นนาย เด็กชายนั่นสวมชุดลำลองสีอ่อน  กางกางขาสั้นสามส่วนสีดำ และยังสวมผ้าคลุมสีอ่อนมีลายดอกไม้เล็กๆประดับ เป็นเด็กชายที่ชวนให้คิดถึงราวกับภาพอดีตที่ห่างไกล

ด้านซ้ายของเด็กสาวคือชายหนุ่มกระเรียนเรือนผมสีขาวสะอาด ทสึรุมารุ คุนิทากะ ดาบกระเรียนผู้งดงาม...หนึ่งในดาบของเหล่าขุนพลของท่านโอดะผู้เป็นนาย
 
ในยามนั่นที่ฮาเซเบะกำลังเหม่อมองสำรวจรอบด้าน เด็กสาวผู้เป็นนายก็ได้ส่งสายตาให้เด็กชายข้างตัวจัดการเรียกสติ
เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าก่อนจะใช้ฝ่ามือเล็กๆ ตะปบเข้าที่แขนของชายหนุ่มนามฮาเซเบะพร้อมเขย่าแรงๆ 
“ท่านเฮชิคิริครับ ท่านเฮชิคิริ นายท่านกำลังเรียกอยู่นะครับ อย่าเอาแต่เหม่อสิครับ!” 
 
“หะ หะ....อ่า ขออภัยขอรับนายท่าน  ที่ข้าเหม่อแม้ว่าท่านจะ อยู่ตรงหน้า ช่างน่าขายหน้าเสียเหลือเกิน โปรดลงโทษฮาเซเบะผู้นี้เถอะครับนายท่าน “  ฮาเซเบะกระพริบตาพลางลงไปนั่งคุกเข่าเก็บปลายเท้าต่อหน้าผู้เป็นนายอย่างคนสำนึกผิด
 
“ พอค่ะ พอค่ะ...แล้วก็ยืนขึ้นค่ะ ข้าจะพาท่านออกไปทักทายผู้อื่น นามของข้าคือ… เป็นซานิวะประจำเรือน ยินดีที่ได้พบนะคะ ฮาเซเบะซัง ส่วนเด็กคนนี้เป็นคนโปรดของข้า ชื่อ มาเอดะ โทชิโร่ หลังจากนี้รบกวนฮาเซเบะซังช่วยดูแลเขาด้วยนะคะ  “ ซานิวะร่างเล็กมองชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับยื่นมือมาด้านหน้า....เด็กชายผมหน้าม้าบ๊อบสั้นสีอ่อน
 
เด็กชายยิ้มแย้มก่อนจะจับมือผู้เป็นนายลากเขาผู้ซึ่งกำลังงุนงงที่ผู้เป็นนายมิได้แนะนำกระเรียนหนุ่มให้เขา หากแต่เมื่อหันไปมองชายหนุ่มผมขาวเขาก็พบว่าเจ้าตัวไม่อยู่แล้ว...นี่คงเป็นสาเหตุที่ซานิวะสาวมิได้เอ่ยแนะนำเจ้าตัวให้เขา
.
.
.
เมื่อเขาเข้าไปที่ห้องโถงก็พบกับกลุ่มขุนพลพลังของท่านโอดะ โนบุนากะยืนยิ้มกรุ่มกริ่มใส่หน้าแม้กระทั่ง โอคุริคาระก็ยังแสดงสีหน้ายิ้มกรุ่มกริ่ม....อย่างน่ากลัว 
 
“มายื่นต้อนรับเขาเชียวนะคะทุกท่าน...ท่านแม่สึรุ ข้าว่าข้ามิได้บอกให้ท่านหนีข้าออกมาเสียหน่อย น่าน้อยใจจัง...” 

“ โว๊ะ ก็แหม่ แม่หนูซานิวะ  ข้าอยากจะมาแจ้งข่าวให้คนอื่นๆรับรู้การมาของดาบที่เร็วที่สุด หากแต่หาทางกลับเรือนช้าที่สุดนี่น้า ฮะ ฮะ ฮะ....ข้าขออู้งานได้ไหมนะแม่หนู? ” 
 
“ไม่ได้ค่ะ...ออกมายืนกันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้แสดงว่าพร้อมจะพาเขาไปเก็บประสบการณ์สินะคะ?  เช่นนั่นก็รบกวนด้วยนะคะ มาเอดะ ท่านแม่สึรุ “ 
 
ฮาเซเบะได้แต่กระพริบตามองบทสนทนาของผู้เป็นนายและดาบผู้งดงาม อันที่จริงตัวเขานั้นรู้สึกไร้เสียงนับตั้งแต่นายท่านร่างเล็กกล่าวเรียกกระเรียนหนุ่มว่า ‘ท่านแม่’ แล้วด้วยซ้ำ และเขาตกใจมากกว่าเดิมคือ...เขามาสาย? มาสายทั้งๆที่นายท่านอาจต้องการตัวเขามากที่สุด เฮชิคิริ ฮาเซเบะผู้นี้รู้สึก...เสียใจ เสียศูนย์
อย่างรุนแรง 
 
ในขณะที่ฮาเซเบะกำลังสติใกล้จะหลุดพึมพำยาวๆเรียกนายท่าน มาเอดะก็ได้ใช้สองมือน้อยๆเขย่าแขนชายหนุ่มเป็นการเรียกสติพร้อมกับที่เจ้าตัวส่งยิ้มอย่างน่ารักให้ผู้เป็นนายหญิงและผู้เป็นพี่ชายที่ร่วมกลุ่มอยู่ด้วย
 
“ครับ! ผมจะพยายามให้ดีที่สุดเลยล่ะครับ! ท่านเฮชิคิริ...ตื่นรึยังครับ?"

“อ่า...ข้าตื่นแล้ว”  ฮาเซเบะเอ่ยเบาๆกับทันโทร่างเล็ก 
 
“พยายามเข้านะคะฮาเซเบะซัง...ท่านแม่โซวสะขอโทษด้วยนะคะที่ให้ออกไปรบ ยังไงก็รบกวนกลับมาอย่างปลอดภัยด้วย
คุริจัง ขอโทษนะ ให้ความร่วมมือกับคนอื่นๆด้วยนะคะ  ยะเก็นจังก็อย่าซ่ามากนะคะ  มิทซึซัง...ขอทรัพยากรเพิ่มด้วยนะคะ
หัวทัพก็...ฮาเซเบะซังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เยอะๆนะคะ และ กฎเดิมค่ะ แจ้งเขาด้วยนะคะ “

 ซานิวะร่างเล็กเอ่ยคำสั่งยาวพร้อมทั้งโบกพัดเบาๆ แน่นอนว่าทั้งเขาและคนอื่นๆก็คงมิมีใครรู้ว่าภายใต้พัดนั้นแสดงสีหน้าเช่นไร หรือมีใบหน้าเช่นไร ซานิวะผู้นี้ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าของตนให้คนอื่นนอกจากดาบเริ่มของท่านและมาเอดะ ทันโทเล่มโปรดเลย
 
 
เมื่อได้ยินคำสั่งเช่นนั้นเหล่าดาบที่อยู่รอบตัวซานิวะสาวนั้นแสดงสีหน้าแตกต่างกันออกมาโดยที่ โซวสะ ซามอนจินั้นแสดงสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจแต่ยังคงยิ้มรับอย่างนุ่มนวล โอคุริคาระนั่นทำสีหน้าเหม็นเบื่ออย่างไม่ชอบใจเท่าใดที่ต้องร่วมมือกับผู้อื่น  ขณะที่ดาบตาเดียวมิทซึทาดะ แสดงสีหน้าราวกับโลกถล่มเมื่อยามรู้ว่าผู้เป็นนายต้องการทรัพยากร  ยะเก็น โทชิโร่ทันโทผู้กร้านโลกที่ถูกห้ามมิให้ซ่ามากก็เริ่มแสดงอาการคล้ายคนเซ็งสุดหัวใจออกมา กลับกัน...กระเรียนหนุ่ม ทสึรุมารุนั้นกลับทำสีหน้าฟ้าจะถล่มดินจะทลายนับตั้งแต่ได้ยินซานิวะสาวกล่าวถึง “กฎเดิม” ผิดกับนิสัยเดิมของเจ้าตัว 
 
แน่นอนว่าทุกการกระทำทุกสีหน้าของเหล่าดาบก็ไม่ได้พ้นสายตาของซานิวะสาวและอุจิคาตะหนุ่มเล่มใหม่เลยสักนิด 
 
ฮาเซเบะได้แต่สงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั่น...และอีกไม่นานเขาก็ได้ทราบ..
.
.
.
.
.
“...พามาเอดะของข้าไปส่งที่โรงซ่อมด้วยค่ะฮาเซเบะซัง ท่านแม่สึรุไปตาม ยามัมบะมาด้วยนะคะ ยะเก็นจังไปแทนที่ยามัมบะจังหาทรัพยากรด้วยค่ะ  ท่านแม่โคเซ็ตสึครั้งนี้รบกวนด้วยนะคะ แล้วในครั้งนี้เราจะไปกับทุกคนค่ะ! “
  ซานิวะสาวเอ่ยกล่าวอย่างเรียบเฉยแต่แววตานั้นท่อประกาย เกรี้ยวกราด อย่างคนหงุดหงิดอยากอาละวาดกลายๆ
 
สาเหตุของเรื่องนั่นมาจาก...
มาเอดะ โทชิโร่ ทันโทเล่มโปรดของซานิวะสาวไปรับดาบของคู่ต่อสู้แทนฮาเซเบะจนเข้าเขตเลือดแดงเกือบดับสูญ 

ในกฎเดิมที่กระเรียนหนุ่มกังวลมาตลอดนั่นคือ กฎ...มาเอดะห้ามบาดเจ็บมากจนเขตเลือดแดง!  ไม่เช่นนั่นบทลงโทษจะเป็นการออกรบข้ามวันข้ามคืนจนกว่ามาเอดะ โทชิโร่จะหายดี ....เป็นช่วงเวลานรกที่ไม่มีใครรับรู้นอกจากยามัมบะกิริ และทสึรุมารุ 
.
.
.
ภายในโรงซ่อม
 
ฮาเซเบะวางเด็กชายทันโทร่างเล็กที่ออกมาปกป้องเขาทั้งๆที่ตนเองนั้นสูญเสียทหารจนหมด ในยามแรกที่มาเอดะมาปกป้องเขาเจ้าตัวนั่นเข้าเขตเลือดแดงเหลือเพียง  1หน่วย หากแต่...เด็กน้อยนั่นฝืนปลดท่าไม้ตายออกมาโจมตีศัตรูและหมดสติไปทันที ตัวเขานั่นรู้สึกขอบคุณเด็กหนุ่มหากแต่ก็รู้สึกเสียหน้าเช่นกัน  
 
ร่างเล็กตรงหน้านั่นมีบาดแผลจากการบาดเจ็บมาก  อีกทั้งยังเด็กจนแม้แต่ฮาเซเบะเองก็รู้สึกผิดหวังกับตัวเองที่อ่อนแอ่จนต้องให้เด็กมาปกป้อง  
 
“ให้ตายสิ....ให้เด็กมาปกป้องข้านี่มัน…อ่อนแอจริงๆ “ “ก็เข้มแข็งขึ้นสิคะ ฮาเซเบะซัง…” 

ฮาเซเบะหันไปทางประตูเรือนโรงซ่อมก็พบกับซานิวะร่างเล็กที่ถือพัดปิดหน้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างเร่งรีบตรงมาที่ร่างเล็กของมาเอดะที่ตัวเขาเพิ่งจะวางลง

“ถ้าไม่อยากอ่อนแอ ให้ใครมาปกป้องก็เข้มแข็งขึ้นสิคะ .…ข้ามีคำสั่งค่ะ กลับมาแล้วท่านต้องมาช่วยเราดูแลมาเอดะด้วยนะคะ สำหรับในตอนนี้ไปเตรียมตัวออกรบเถอะค่ะ “

เมื่อได้ยินคำสั่งเช่นนั่นตัวเขาจึงรีบออกจากโรงซ่อมไปเตรียมตัวทันที 
ภายในโรงซ่อม หลังเฮชิคิริ ฮาเซเบะออกไป 

“มาเอดะ ไม่เห็นต้องฝืนตัวเองรับคมดาบแทนเลยนี่คะ  ข้าเป็นห่วงนะคะ…ตอนนั้นเรารู้สึกอยากลงไปจากเนินเขามากเลยแต่เราจำได้สัญญาระหว่างเราสามคนได้ค่ะ   ทว่าตอนนี้เราอยากอาละวาดจริงๆ  ขอโทษนะคะมาเอดะ  แล้วข้าจะรีบกลับมา…หากแต่ในเวลาที่ข้าออกไปมาเอดะ…เจ้าจะไม่ฝันร้ายใช่ไหม”  ซานิวะตัวน้อยลูบผมทันโทเล่มโปรดของเธออย่างเอ็นดู ฮู้ดสีขาวถูกเปิดออก มือบางดึงริบบิ้นผูกผมสีโอรสออกมาใส่มือของเด็กชายก่อนจะสวมฮู้ดเดินออกจากโรงซ่อมไป 

กลางดึกคืนนั้น 
เหล่าทัพดาบที่โหมฝืนต่อสู้ยาวนานจนดึกดื่นได้เดินทางกลับเรือนกันอย่างสะบักสะบอมมีเพียงเฮชิคิริ ฮาเซเบะเท่านั้นที่กลับมาพร้อมซากุระโปรยปราย สาเหตุนั่นง่ายดายเพียงเพราะเขาพึ่งโทคุเท่านั่นเอง…

“ขอบคุณที่เหนื่อยกันนะคะ คิก วันพรุ่งนี้อนุญาตให้หยุดค่ะ พักผ่อนกันตามสบายนะคะ ฮาเซเบะซังไปที่ห้องมาเอดะกันเถอะค่ะ  ข้ามิได้จัดให้เด็กน้อยขอข้าอยู่กับพี่น้องหรอกนะคะ”  ซานิวะร่างเล็กเอ่ยไปพลางมองเหล่าดาบที่ค่อยๆเดินเข้าเรือน เข้าโรงซ่อมกันอย่างเร่งรีบ  เธอหัวเราะเบาๆแล้วหันไปมองเฮชิคิริ ฮาเซเบะที่กำลังตีหน้าเครียดสงสัยอะไรบ้างอย่าง 

“นายท่าน เหตุใดมาเอดะ โทชิโร่จึงมิได้อยู่กับพวกพี่น้องของเขาหรือขอรับ?”  เอ่ยถามคำถามที่เป็นที่สงสัยที่สุดในเรือนแต่มิมีใครเคยเอ่ยถาม เหล่าดาบที่ยังไปได้ไม่ไกลต่างเปิดหูรอฟังคำตอบปริศนานี้อย่างดาบที่อยากรู้อยากเห็น 
ซานิวะร่างเล็กส่ายหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับเดินนำอุจิคาตะหนุ่มไปที่ห้องแยกของทันโทเล่มโปรดโดยไม่เอื่อยเอ่ยคำพูดใดฮาเซเบะได้แต่ถอนหายใจแล้วรีบวิ่งตามผู้เป็นนายไป 
 
ทว่ายิ่งเดินตามผู้เป็นนายก็ยิ่งห่างออกจากห้องของเหล่าดาบที่ถูกจัดเตรียมไว้ เมื่อหันไปมองรอบด้านนั่นสามารถรับรู้ได้เลยว่าห้องของทันโทเล่มโปรดอย่างมาเอดะโทชิโร่อยู่นั่นใกล้สวน…และใกล้ห้องพักของผู้เป็นนายหญิง 
ตลอดเส้นทางนั่นไม่มีเสียงพูดคุยหากแต่เขากลับได้ยินเสียงร้องละเมอร้องครวญครางอย่างคนทรมาณลอยเข้าหูเรื่อยๆพร้อมกับฝีเท้าของซานิวะร่างเล็กที่รีบขึ้นตามความดังของเสียงนั่น  เมื่อประตูห้องพักที่ใกล้สวนถูกเปิดออกก็พบกับร่างของมาเอดะ โทชิโร่ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายมือปัดป้ายไปทั่ว เหงื่อกายโงกเต็มตัวดวงตาที่เขามองเด็กคนนั้นอ่อนลง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ซานิวะสาวไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปโอบกอดอุ้มเด็กชายขึ้นมาซบไหล่บางพร้อมปลอบโยนทันที

“กลับมาแล้วมาเอดะ ไม่ไปไหนแล้วค่ะ อยู่ที่นี้แล้ว…ไม่ฝันร้ายนะ เด็กดี”  
อุจิคาตะหนุ่มมองภาพนายหญิงปลอบโยนเด็กชายตัวน้อยอย่างสงบเสงี่ยมพร้อมรอฟังคำสั่ง พร้อมกับความนึกคิดที่รู้สึกว่าตนควรปกป้องทั้งนายหญิงตรงหน้าและเด็กชาย เพียงแค่รู้สึกเช่นนั่นผู้เป็นนายหญิงก็หันกลับมามองหน้าเขา  ใบหน้าเด็กสาวที่อยู่ในวัยเติบโต ริมฝีปากนั่นยกยิ้มขึ้นเอือนเอ่ยคำสั่งด้วยรอยยิ้มที่ละมุน
 

“ฝากดูแลมาเอดะให้ข้าหน่อย ข้าจะไปทำอาหารอ่อนๆกับนำน้ำมาให้  ต่อให้ท่านเห็นใบหน้าของข้าก็มิเป็นไร อย่างไรในสนามรบ ก็เห็นไปเยอะแล้วนี่ “ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมอุ้มเด็กชายที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นมาที่อ้อมแขนของเขา คลี่ยิ้มอ่อนหวานส่งให้เด็กน้อยในอ้อมแขนของชายหนุ่มแล้วเดินออกจากห้องไปโดยยังมิปิดประตูห้อง เผยให้เห็นสวนสวยที่สะท้อนแสงจันทร์ 
 
ภายหลังซานิวะร่างเล็กออกไปได้ไม่นานมาเอดะในอ้อมแขนเขาก็เริ่มส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นร้องเรียกหาผู้เป็นนายอีกครั้ง เป็นการละเมอของเด็กน้อยที่เขารับมือไม่เป็น  ฮาเซเบะได้แต่ถอนหายใจลูบแก้มมาเอดะอย่างเบามือเท่านั่น หากแต่เด็กน้อยที่กำลังร้องไห้กลับยิ่งสะอึกร้องไห้หนักมากกว่าเดิมจนเขาเกรงว่าจะส่งเสียงดังไปถึงดาบอื่นๆและผู้เป็นนาย 

หากใครมาเห็นเขาคงคิดว่าเขาแกล้งเด็กเป็นแน่แท้ ทว่ามือที่จะใช้ปิดปากเด็กน้อยก็ถูกจับเสียแน่นอีก ด้วยความที่ไม่รู้จะทำเช่นไรฮาเซเบะจึงได้แต่ก้มลงไปใช้ริมฝีปากปิดปากเล็กนั่นไว้แทน  ความคิดแรกหลังการกระทำอันอุกอาจนั่นคือคำว่า หวาน คำเดียวเท่านั่น   จากนั่นเขาก็ต้องมานั่งสะดุ้งกับสายตาที่ราวกับจะตะโกนลั่นเรือนให้ได้ของมาเอดะ แต่สุดท้ายเด็กน้อยคนนั่นก็ทำเพียงกระตุกเสื้อของเขาเป็นการบ่งบอกถึงเรื่องอากาศเท่านั่น 
 

“ข้าขอโทษ…” สิ้นคำพูดของเขามือน้อยๆของมาเอดะก็เสยเข้ามาเต็มคาง ใบหน้าของเด็กน้อยตรงหน้าเต็มไปด้วยสีแดงของความอาย  ชวนให้ได้อารมณ์ของสัตว์เล็กตัวน้อยๆที่น่าบีบน่าฟัด…
 
“จะยกโทษให้ก็ได้ครับ หากเหตุผลเพียงพอนะครับ “  มาเอดะค่อยๆใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่จากอาการบาดเจ็บและการขาดอากาศครู่หนึ่งขึ้นนั่งกระพริบตามองชายหนุ่มผมน้ำตาลตรงหน้า

“ข้าเพียงกังวลว่าเสียงของเจ้าจะดังไปปลุกผู้อื่นเท่านั้น และมือของข้าก็ถูกเจ้าจับเสียแน่นข้าจึงใช้วิธีเช่นนั่น ขออภัย “ ฮาเซเบะเลือกตอบตามความจริงโดยไม่ปิดบัง ยังไงแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหก  

“เข้าใจแล้วครับ! ถ้าอย่างนั่นเรื่องในวันนี้ผมจะไม่พูด ท่านเฮชิคิริก็ห้ามพูดนะครับ! เรื่องที่ผมฝันร้าย…สัญญาได้ไหมครับ”  

“เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่เลวร้าย ข้าตกลง ข้าจะไมพูด ข้าสัญญา”  

“สัญญาแล้วนะครับ! หากผิดสัญญาต้องกลืนเข็มพันเล่มนะครับ!” 

รอยยิ้มไร้เดียงสาถูกส่งให้ฮาเซเบะ เขาสะอึกไปเพียงเล็กน้อยราวกับสงสัยในรอยยิ้มนั่นและการเชื่อฟังที่มากเกินไป หากแต่เขาเลือกจะไม่ถาม ลูบหัวมาเอดะอย่างเบามือพร้อมกับที่ซานิวะร่างเล็กเดินยิ้มแป้นเข้ามาราวกับรับรู้เรื่องราวอะไรสักอย่าง…

“กลับมาแล้วค่ะ มาเอดะตื่นพอดีเลย ทานข้าวต้มของเราพร้อมกับยาแล้วค่อยนอนต่อนะคะ ฮาเซเบะซังรบกวนเช็ดตัวให้มาเอดะด้วย ค่ำคืนนี้มันดึกมากแล้วสำหรับเรา ฝากที่เหลือด้วยนะคะ  “ 

หลังวางถาดสำรับอาหารกับกะละมังที่ใส่น้ำไว้ซานิวะร่างเล็กก็รีบเดินเข้าห้องด้านข้างซึ่งเป็นห้องของตนไปทันทีทิ้งให้สองดาบอยู่กันเอง 

“อ่า…ถ้ายังไงเจ้าจะทานอาหารก่อนไหม” ฮาเซเบะมองร่างของนายหญิงที่ไปเร็วมาเร็วก่อนกลับหันไปถามมาเอดะที่ไม่รู้ไปหยิบข้าวต้มมาเป่าทานเองอย่างมือสั่นเล็นน้อยตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ เขาขมวดคิ้วแล้วแย่งชามข้าวต้มกับช้อนมาจัดการถือตักป้อนให้เองอย่างถือวิสาสะ 

มาเอดะได้แต่กระพริบตาปริบๆแล้วอ้าปากรับข้าวต้มที่ถูกป้อนมาอย่างว่าง่าย  หลังทานข้าวต้มและยาจนหมดก็ยอมอยู่เฉยๆให้หลอกคราบ(?)เช็ดตัวอย่างไม่พูดไม่จา เป็นบรรยากาศเงียบๆที่ไม่ชวนให้อึดอัด หากแต่ชวนให้รู้สึกแปลกใจ ว่าเหตุใดถึงไม่อึดอัด 

หลังจัดการป้อนข้าวป้อนยาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มาเอดะเรียบร้อย ฮาเซเบะผู้ซึ่งทำตามผู้เป็นนายพยักหน้าอย่างพอใจที่เด็กชายตรงหน้าว่านอนสอนง่ายไม่ยุ่งยาก เขาลูบผมเด็กชายตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นเตรียมกลับห้องของตน

ทว่ามือเล็กของมาเอดะกลับไม่ยอมปล่อยชายเสื้อของเขา เจ้าของมือทำหน้าอึกอักก่อนจะก้มหน้าปล่อยมือออก ฮาเซเบะหรี่ตามองเด็กชายตรงหน้าก่อนจะพ่นลมหายใจล้มตัวแทรกเข้าไปประคองเด็กชายให้หนุนแขนของตนเอ่ยเบาๆให้ได้ยินเพียงสอง แต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้เด็กน้อยยิ้มกว้างแล้วหลับลงอย่างรวดเร็ว ...

เมื่อยามเช้ามาถึงมาเอดะยังคงหลับอยู่ แม้ว่าฮาเซเบะจะตื่นแล้วก็มิอยากที่จะปลุกเด็กน้อยขึ้นมาเลยสักนิด 

บานประตูถูกเปิดออกพร้อมรอยยิ้มของซานิวะร่างเล็กเธอเดินถอดฮู้ดเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับเขากล่าวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ

“ขอบคุณท่านมาก ฮาเซเบะซัง แต่เดิมเราเป็นคนคอยดูแลและกอดมาเอดะยามที่ฝันร้ายเองค่ะ เด็กคนนั่นทั่งอ่อนแอแต่ก็เข้มแข็ง ไม่ยอมพูดความต้องการเสียที่ ดีใจที่ท่านเข้าใจมาเอดะ จากนี้ท่านก็อยู่ห้องนี้แล้วกันนะคะ เฝ้ามาเอดะ เฝ้าเราที่อยู่ห้องด้านข้างด้วย จากนี้ไปฝากด้วยนะคะ คุณดาบพ่อบ้าน”  

“นายท่านข้ามีเรื่องสงสัย…เหตุใดมาเอดะจึงว่านอนสอนง่ายเช่นนี้ แล้วเหตุใดจึงเชื่อฟังข้ามากขนาดนี้กันขอรับ” 

“เราสอนให้มาเอดะเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย นอกเหนือจากนั้นเป็นความทรงจำ เราไม่อาจบอกท่านได้ จงระลึกด้วยตนเองค่ะ แต่เราจะใบ้นะคะ หากท่านฮิเดโยชิเป็นลิง  อีกหนึ่งไดเมียวย่อมเป็นสุนัข สุนัขที่จงรักภักดีเสียด้วย เราไปนะคะ “ 

ซานิวะร่างเล็กผงกหัวลาก่อนจะลุกขึ้นสวมฮู้ดเดินออกไปตามระเบียงยิ้มทักทายเหล่าดาบที่ช็อกค้างกับการที่ซานิวะเด็กสาวเพียงคนเดียวไม่ปกปิดใบหน้าอีกแล้วพร้อมคำพูดที่เอ่ยเบาหากแต่เหล่าดาบของบุคคลที่กล่าวนั่นได้แต่มองตาปริบๆ
 
“ใช่ หากท่านโทโยโทมิ  ฮิเดโยชิคือเจ้าลิง ท่านมาเอดะ  โทชิอิเอะก็คือสุนัข…สุนัขที่ซื่อสัตย์  ของท่านโอดะ โนบุนากะ” 

ฮาเซเบะได้แต่นึกถึงคำพูดของท่านซานิวะซึ่งเอ่ยทิ้งท้ายก่อนออกจากห้องด้วยความสงสัย เอ่ยทวนด้วยเสียงอันแผ่วเบาราวกับไม่ต้องการให้เด็กน้อยในอ้อมแขนตื่น

“ท่านฮิเดโยชิเป็นลิง ท่านที่เป็นสุนัขงั้นเหรอ…หมายถึงท่านนั่
นหรือ?  ท่านมาเอดะ มาตาซาเอมอน โทชิอิเอะน่ะ…”  

“นายท่านโทชิอิเอะทำไมหรือครับ ท่านเฮชิคิริ…” 

ดวงตาที่ปิดอยู่ของมาเอดะเปิดขึ้นพร้อมกับที่ลุกขึ้นนั่งคุกเข่ามองหน้าฮาเซเบะทันที 

“อ่าเปล่า…เดียว นายท่าน?  เจ้าเป็นอาวุธประจำกายของท่านโทชิอิเอะหรือ“
 
 “เป็นนายท่าน แต่ผมมิได้เป็นอาวุธประจำกายของนายท่านโทชิอิเอะหรอกครับ ผมเป็นเพียงของสืบทอดที่ส่งต่อกันภายใต้ชื่อมาเอดะเท่านั่นครับ เป็นมีดที่สืบทอดกันในตระกูลครับ “ 

“งะ งั้นหรือ…เช่นนั่นมาเอดะ ข้ากับเจ้าเคยพบกันมาก่อนหรือไหม? “ 

“ไม่ขอตอบคำถามครับ อ๊ะ แล้วก็อรุณสวัสดิ์นะครับ สายแล้วต้องรีบแล้วนะครับ “ 
กล่าวจบมาเอดะก็ลุกขึ้นพรวดวิ่งออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้ฮาเซเบะได้แต่สงสัยหากแต่…รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้า

ทางด้านมาเอดะนั้นเด็กชายเพียงเชิดหน้าอมยิ้มวิ่งไปตามทาง พร้อมเอ่ยพูดเสียงเบา
 
“ไม่บอกหรอกครับ เรื่องในวันนั้นน่ะ”

--------------------------------------------
 
ขอตัดจบแต่เพียงเท่านี้…ด้านความสัมพันธ์ของเด็กน้อยกับดาบหนุ่มจะเป็นอย่างไร…โปรดมโนกันเอง…เพราะซานิวะไม่อาจจะเขียนไปมากกว่านี้แล้ว (ซับน้ำตา)  
หมายเหตุ:: ตั้งใจจะเป็นคู่ฮาเซเบะมาเอดะ… โอ้ ซาร่ามันช่างห่างไกลความเป็นจริงเสียจริง…แรร์มาก…เรา เราขอโทษเราไม่ไหวแล้ว เราเขียนวนไปมาด้วย ขอโทษษษ 
 
---------------------------------
 
จขบ.เองเดส 
เขาบอกให้เราสานต่อ เราก็สานต่อให้อีกนิดค่ะ :3
 
---------------------------------
 
ฮาเซเบะมองแผ่นหลังเล็กๆที่ออกวิ่งไป มุมปากระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กนั่นอย่างประหลาด
 
ตอนนี้มาเอดะในสายตาเขาคือ
 
"น่ารัก.."
 
"อะแฮ่ม มิทราบว่าอะไรน่ารักงั้นเหรอ" เสียงหวานติดจะห้าวของใครสักคนทำเอาฮาเซเบะร้องออกมาอย่างตกใจ
 
"เจ๊ยยย ท่านซานิวะ อย่าทำข้าตกใจสิครับ" เขาพูดพร้อมกับเอามือทาบอกเพื่อบ่งบอกว่าตกใจมาก
 
ตรงหน้าเขาเป็นเด็กสาวสวมแว่นกรอบดำที่ท่าทางเหมือนเด็กหนุ่มมากกว่า ดีว่าผมยาวระต้นคอและร่างโปร่งบางเล็กน้อยทำให้ดูออกว่าเป็นสตรี ไหนจะชุดฮากามะที่สีน้ำเงินเข้มรวบแขนเสื้อยาวสีขาวด้วยเชือกสีเดียวกัน
 
"ข้าไม่ใช่ซานิวะหรอกนะ แค่สหายน่ะ" นางหัวเราะนิดๆก่อนจะต่อประโยคราวกับรู้ว่าเขาจะถามอะไรต่อ "ข้ามิได้สนใจดาบอื่นนอกจากดาบของกลุ่มชินเซ็นกุมิ เพราะงั้นจะเรียกซานิวะไม่ได้หรอก เฮ้! เรื่องของข้าน่ะช่างเถอะ แต่เห็นเจ้ามองมาเอดะเสียตาเยิ้มเลยเข้ามาทักเสียหน่อย"
 
"ครับ?.."
 
"มาเอดะน่ะน่ารักนะ เจ้าว่าอย่างนั้นไหม"
 
"ค-ครับ?" 
 
"อะไร ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง อย่าเกร็งสิ" นางพูดแล้วเริ่มหัวเราะ ก่อนจะพูดนั่นพูดนี่เกี่ยวกับตัวมาเอดะให้เขาคิดตาม
 
อย่างเช่นเป็นมีดของโทชิอิเอะ ได้รับสืบทอดกันไปมาในตระกูล และอะไรอีกมากมายที่ยาวเหยียดจนจำแทบจะไม่หมด จนมาถึงช่วงที่ท่านโอดะมาพบสหายที่กำลังป่วยอยู่ และเขาพบมาเอดะที่ตอนนั้นยังตัวจิ๋วมากนั่งมองตาแป๋วอยู่เลยเข้าไปทักทายก่อนจะลาก(?)ไปหานายท่านของตัวเอง
 
อ้อ...
 
ถึงบางอ้อทีเดียว ที่ว่าคุ้นๆก็วันนั้นเอง
 
เอ๊ะ แล้วที่ไปลากเขามา เขาจะโดนข้อหารังแกเด็กไหมล่ะนั่น
 
"คิดไปถึงไหนกันคะ ถ้าจะเจอข้อหาล่ะก็ ก็คงเป็นเรื่องเมื่อวานมากกว่า ข้าเห็นนะคะ ฮาเซเบะ"
 
"ท่าน- ท่านซานิวะ?"
 
"ฮ่ะๆ ตัวใครตัวมันล่ะนะฮาเซเบะคุง~ ฉันแค่แวบมาส่งของ ไปล่ะเน้อ~" แล้วสหายนิรนามผู้นั้นก็เผ่นแน่บไปกับกลีบซากุระทันที
 
ฮาเซเบะผู้น่าสงสารเลยได้แต่ยืนตัวสั่นกึกๆเพราะเกรงซานิวะสาวตรงหน้าแทน
 
"คิก ล้อเล่นหรอกค่ะ ข้าไม่ได้จะทำอะไรฮาเซเบะหรอกค่ะ" นางพูดแล้วหัวเราะ "คือข้าจะออกไปข้างนอกกับท่านแม่สึรุ ยังไงฝากดูมาเอดะอีกสักหน่อยนะคะ"
 
"ได้ครับ"
 
"ดีแล้วล่ะคะ งั้นก็ไปเสียสิคะ"
 
"ครับท่านซานิวะ!"
 
 
 
 
 
 
ด้านดาบอื่นๆที่ตามมาซุ่มอยู่นาน
 
"เหมือนท่านซานิวะจะเริ่มจับคู่ให้อีกแล้วสินะครับ"
 
"นั่นสิน้า~ อีกหน่อยคงมีเรื่องสนุกๆให้ทำอีกเยอะ~"
 
"เรื่องสนุกที่ว่านั่นมันอะไรครับ"
 
"ก็อย่างเช่น..  เตรียมหุงข้าวแดงให้คู่รักที่กำลังจะเกิดไวๆนี้ไงล่ะ!"
 
-----------------------------
 
ตัดฉึบ!
 
เราก็ต่อไม่ไป-- ใครคุยกับใครก็ไปมโนเองได้นะคะ

edit @ 21 Jun 2015 21:35:56 by Por-Ju

edit @ 27 Jun 2015 21:59:31 by Por-Ju

Comment

Comment:

Tweet