/กลับมาปั่นฝุ่นบล็อคเงียบๆ
 
สามปีที่แล้วเราเคยสมัครมันไว้แล้วก็ปล่อยร้าง หลังจากนี้เลยคิดว่าจะกลับมาเล่นนิดหน่อย ฮาาา
แนะนำตัวกันอีกรอบแล้วกันเนอะ เราชื่อปอจูค่ะ ใช้นามแฝงว่า "Kaze no Ken"
ปัจจุบันไปเปิดเพจไว้เวิ่นคนเดียวมานาน และก็เพิ่งค้นพบว่ามีอีกที่ที่เราเวิ่นได้--- #ผิด
 
ฮาา วันนี้เอาฟิคมาแปะด้วยค่ะ
ฟิคนี้เคยลงเด็กดีไว้ที่นี่ แต่อยากลงที่นี่ด้วย---- #โดนตบ
ที่จริงเป็นซีรีย์มาเลย แต่งเรื่องโยงๆกันค่ะ

ใครอยากอ่าน (ถ้ามี?) ก็จิ้มลิงค์ด้านล่างได้นะคะ
 
Part 1 2 3
 
-------------------------------------------------

Title : KNB Couple The series – Part 4 : Bad boy

Pairing : Aomine x Kise

Note : อะไรไม่รู้ดลให้กลับไปดูน้องครกต่อหลังจากดองซีซั่นแรกไว้ตั้งแต่ตอนที่สิบกว่าๆ ดูครั้งที่สองก็ถึงตอนที่สิบกว่าๆ โฮ่มันโผล่มาพอดี เห็นแล้วหมั่นไส้มั่กมากกกกกก เลยมาระบายลงฟิคด้วยเปิดเซ็ตคืนแล้วต่อด้วยการทำร้ายโฮ่ทางอ้อม (เพราะเราพิมพ์อะไรก็ได้---) ถึงตอนแรกมันจะทำคีจังเจ็บไปซะเกือบครึ่งเรื่องก็เหอะ  เป็นพาร์ทต่อจากตอน Best Friend ของน้องดำล่ะเนอะ /ทำบากะงามิอกหักดังเป๊าะแล้ว ฟ้าเหลืองไม่ต้องถามค่ะ... น้ำตาคิเสะเต็มจอเบย--- #โดนตบ


 

 

“โฮ่ย คิเสะ”

 

“มีอะไรเหรออาโอมิเนจจิ?”

 

ตอนนั้นเป็นช่วงหลังจากที่เขาเข้าไปอยู่ชมรมบาสเทย์โควได้สักพักหนึ่ง วันนั้นเขาก็ชวนอาโอมิเนะไปเล่นวันออนวันตามปกติ แต่แล้วสักพักหมอนั่นก็หยุดเลี้ยงลูกบาสเอาเสียดื้อๆก่อนจะทำหน้าตาจริงจังแล้วมองมาที่เขา

 

อา.. ตอนนั้นเขาจำได้ดีว่าเผลอหน้าแดงและหลบสายตานั่น

 

“ฉันสารภาพรักกับเท็ตสึมาว่ะ” ข้างแก้มสีแทนของอีกฝ่ายแดงขึ้นพร้อมยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยนิดๆ

 

“เห อาโอมิเนจจิมาบอกฉันทำไมอ่ะ โดนคุโรโกจจิหักอกมารึไง” คิเสะว่าพลางหัวเราะนิดๆ

 

แต่ก็แอบหวังนิดๆว่ามันจะเป็นไปตามพรปากเขาล่ะนะ..

 

“เปล่า ตกลงคบกันแล้วต่างหาก” อาโอมิเนะว่าพลางฉีกยิ้มส่งให้กับร่างโปร่งที่ตอนนี้ยืนอึ้งไปแล้ว “ฉันบอกนายคนแรกเลยนะเว้ย ซัทสึกิยังไม่รู้เลยนะเนี่ย”

 

เจ็บ...

 

โลกของคิเสะพังทลายลงตรงนั้นและเวลานั้นภายในไม่กี่วินาที แต่ร่างโปร่งก็ยังคงปั้นหน้าตาสดใสร่าเริงและแสร้งยินดีไปกับอาโอมิเนะ

 

“ขืนให้รู้เดี๋ยวโมโมจจิก็อาละวาดชมรมแตกหรอกน้าอาโมอิเนจจิ” คิเสะว่าพลางยิ้มนิดๆ “ยังไงก็ยินดีด้วยนะ”

 

“อืม ขอบใจนะคิเสะ” หนุ่มผิวแทนว่าพลางยกมือขึ้นมาวางบนหัวเขาแล้วถือลูกบาสวิ่งออกไปจากสนามทันที

 

“อื้อ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะอาโอมิเนจจิ” คิเสะว่าพลางโบกมือลาร่างสูงที่วิ่งออกไปจนลับตา

 

แล้วเจ้าตัวก็ทรุดลงนั่งยองๆกอดเข่าแบบหมดสภาพ ใบหน้าขาวเริ่มแดงก่ำก่อนที่คิเสะจะหลับตาแน่นแล้วส่งเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ น้ำหูน้ำตาไหลพรากๆจนหมดมาดนายแบบสุดหล่อไปในพริบตา

 

“ชอบอาโอมิเนจจิ.. ชอบเหมือนกันนะ”

 

 

 

และหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี..

เพราะเขาไม่ยอมตัดใจลงสักที ยิ่งเห็นอาโอมิเนะหยอกล้อกับคุโรโกะแล้วก็ยังแอบไปอิจฉาเขาอีก บางทีจิตฝ่ายมารก็แอบคิดจะดีกว่าไหมถ้าสองคนนั้นเลิกกันหรือเขาสารภาพความรู้สึกออกไป

 

 

แต่เพราะคุโรโกะเป็นคนที่เขาไม่กล้าจะทำอะไรให้คนตัวเล็กรู้สึกแย่ ก็เลยได้แต่เถียงกับเสียงในหัวตัวเองว่ามันผิดตลอด

 

ก็รักมันทั้งคู่ จะทำร้ายลงไปได้ไงล่ะ

 

 

 

 

สองเดือนถัดมาหลังจากที่อาโอมิเนะสารภาพรักและคบกับคุโรโกะ

วันนั้นทั้งคุโรโกะและอาโอมิเนะ ทั้งคู่เริ่มมีเรื่องไม่ลงรอยกัน ทำให้คนกลางแบบคิเสะต้องมานั่งเป็นคลับฟลายเดย์(?)ให้คำปรึกษาปัญหารักอยู่แบบนี้

 

กลางดึกของวันนั้นคุโรโกะมาหาเขา ดูเผินๆก็เหมือนกับการเข้ามาคุยเล่นทักทายกันระหว่างเพื่อน

แต่มันแปลกมากสำหรับคนแบบคุโรโกะ คนตัวเล็กนั้นไม่เคยโทรหาใครสักเท่าไร แล้วมาโทรหาเขาในช่วงเกือบๆจะเที่ยงคืนแล้วบอกว่าจะเข้ามาหามันคงไม่ใช่เรื่องปกติอย่างมากเลยล่ะ

 

“คิเสะคุง ชอบอาโอมิเนะคุงบ้างหรือเปล่าครับ?” เมื่อมาถึงคุโรโกะก็ยิงคำถามด้วยคำพูดที่ตรงและราบเรียบตามแบบเจ้าตัว แต่มันทำให้คิเสะค้างสนิทไปเลย

 

ในหัวเอาแต่คิดว่าคุโรโกะคิดอะไรอยู่ แล้วเขาควรจะตอบแบบไหน

แล้วตอบยังไงถึงจะไม่กลายเป็นคนไม่ดี?

 

“บ้าเหรอคุโรโกจจิ วันนี้ไม่ใช่เอพริลฟูลน้า อย่าทำให้ตกใจกลางดึกแบบนี้สิ” เขาพูดแล้วแกล้งโกหกว่ากำลังขำกับความคิดพิลึกๆแบบนั้นของคุโรโกะอย่างมาก

 

“ไม่ใช่หรอกครับ.. ผมสงสัยน่ะ ตั้งนานแล้วที่คิเสะคุงชอบมองแต่อาโอมิเนะคุง” คุโรโกะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่เขาจับได้ว่าบางช่วงมันสั่นนิดๆ “แบบที่ผมมองเขา..”

 

“เฮ้ อาโอมิเนจจิทำอะไรนายหรือเปล่าเนี่ยคุโรโกจจิ” คิเสะตกใจหน่อยๆเมื่อเพื่อนตัวเล็กของเขาเริ่มแสดงอาการแปลกๆ “ฉันไม่ได้ชอบอาโอมิเนจจิหรอกนะ แค่มองในฐานะที่อยู่ทีมเดียวกันน่า”

 

“แต่วันนี้อาโอมิเนะคุงบอกกับผมว่า... เขารักคิเสะคุง แต่เขาก็รักผมด้วย”

 

อา.. เข้าใจแจ่มแจ้ง

เจ้าอาโฮ่มิเนะนั่นกำลังนอกใจเงาลวงตาแห่งเทย์โควอยู่ แถมยังด้านหน้าไปบอกแฟนตัวเองแบบหน้าด้านๆอีกว่ามีคนอื่น

ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็ไม่ใช่ใคร เขาเอง..

 

 “อย่าร้องน้าคุโรโกจจิ เจ้านั่นเดี๋ยวฉันจะบอกไปเองว่าไม่ชอบน่ะ” คิเสะพูดเลิ่กลั่กหลังจากฟังน้ำเสียงแล้วคนตัวเล็กไม่ได้ดีขึ้นเลย “น่านะ คุโรโกจจิอย่าร้องไห้เลยน้า”

 

“ผม..” คุโรโกะก้มหน้านิ่ง “ขอโทษนะครับที่ผมเผลองี่เง่าใส่คิเสะคุง”

 

แปะ

แล้วน้ำตาหยดแรกตั้งแต่เป็นเพื่อนร่วมทีมกันมาก็ปรากฏตรงหน้าคิเสะ ดูเหมือนเป็นการปล่อยน้ำตาให้หยดแหมะๆมากกว่าการร้องไห้เพราะเจ้าตัวไม่มีเสียงสะอื้นสักนิด

 

“โอ๋ๆน้าคุโรโกจจิ ไม่ร้องน้าไม่ร้อง” คิเสะตกใจจนเผลอเข้าไปกอดคุโรโกะไว้แล้วลูบหัวอีกฝ่ายเป็นการปลอบ

 

“ผมแค่เสียใจครับ.. ขอโทษที่มาทำกิริยาแย่ๆใส่คิเสะคุงนะครับ” คุโรโกะว่าเสียงแผ่ว

 

“ไม่เป็นไรหรอกนะคุโรโกจจิ” ตอนนี้เป็นเขาเองที่ซบหน้าลงกับไหล่เล็กของคุโรโกะแล้วพูดเสียงอู้อี้แข่งบ้าง

 

จริงๆแล้วเขาก็อยากร้องไห้เหมือนกันนั่นแหละ

 

 

 

 

หลังจากนั้นวันตอนเย็นของวันถัดมาอาโอมิเนะก็ลากเขาไปหลังโรงยิมแล้วสารภาพรักกับเขา

 

“จะบ้าเหรออาโอมิเนจจิ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายเลยนะ” หัวใจเขาพองโตแค่ไหนเมื่อได้ยินคำนั้นตัวเขาก็รู้ แต่ปากก็ดันพูดอีกแบบไปเพราะไม่อยากรู้สึกแย่จากการคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี

 

“...” คนผิวแทนค่อนไปทางเกือบดำ(?)มองหน้าเขานิ่งๆโดยไม่พูดอะไร

 

เขายิ้มให้อาโอมิเนะอีกครั้ง “งั้นไปซ้อมต่อก่อนน้า อาโอมิเนจจิก็รีบตามมาล่ะ”

 

คิเสะหมุนตัวเดินออกมาจากบริเวณนั้นเพื่อเตรียมกลับเข้าไปซ้อมต่อก่อนที่กัปตันทีมจะตามมาหั่นคอเสียก่อน

 

หมับ!

ก้าวเดินของเขาถูกหยุดเพราะคนตัวสูงกว่าที่กอดรั้งเขาจากด้านหลัง ใบหน้าคมซุกอยู่กับไหล่ข้างหนึ่งของเขาและสองมือก็ล็อคตัวเขาไว้แน่นจนขยับไม่ได้

 

“อาโอมิเนจจิ...?” คิเสะครางเบาๆในลำคอก่อนจะหันไปมองคนผิวแทน

 

“ทำไมปฏิเสธฉันล่ะคิเสะ” คนกอดพูดเสียงเบาแล้วพูดต่อ “นายเองก็รู้สึกแบบเดียวกันไม่ใช่หรือไง แล้วทำต้องปฏิเสธฉันล่ะ”

 

“หลงตัวเองน่าอาโอมิเนจจิ ฉันไม่ได้ชอบ...”

 

ก่อนที่เขาจะพูดจบเอสแห่งทีมปาฏิหาริย์ก็แทรกขึ้นมา “แล้วทำไมนายต้องร้องไห้ตอนที่ฉันบอกว่ารักเท็ตสึล่ะ!”

 

เห็นจริงๆด้วย..

 

“นั่นก็เพราะ..” ตอนนี้เขาหัวหมุนติ้วไปหมดแล้ว ในหัวก็คิดหาคำแก้ตัวพัลวันแต่ก็ได้แต่บอกให้คนผิวแทนเลิกกระทำแบบนั้นกับเขาเท่านั้น “ปล่อยฉันก่อนเถอะ เดี๋ยวคุโรโกจจิ..”

 

“ฉันไม่ปล่อย” อีกคนยังคงดื้อด้านและกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นไปอีกจนรู้สึกอึดอัด “ฉันรักนาย คิเสะ”

 

“อาโอมิเนจจิ..” คิเสะหันกลับไปแล้วพูดเสียงนิ่ง “ปล่อยเถอะ มันเจ็บ..”

 

คิเสะออกแรงสลัดอาโอมิเนะออกจากตัวก่อนจะออกตัววิ่งกลับเข้าไปในโรงยิมโดยไม่หันมามองหน้าอีกฝ่าย

แล้ววันนั้นก็จบลงด้วยการที่คิเสะซ้อมไปสมาธิกระเจิงไปจนโดนอาคาชิเทศนาไปหนึ่งยก

 

 

พอตกกลางคืนเจ้าคนที่มันเป็นต้นเหต